Makkasanphittaya  Bangkok

Text Box:

              โรงเรียนมักกะสันพิทยา กรุงเทพมหานคร

              เทคโนโลยีสารสนเทศเบ้องต้น สำหรับ ช่วงชั้นที่  3

          บทที่  9   ลิขสิทธิ์และการใช้ข้อมูลอย่างเป็นธรรม

      Information Technology 31101

นิดาวรรณ เพราะสุนทร อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ (หลักสูตรศึกษาทางไกลอินเตอร์เน็ต) มหาวิทยาลัยรังสิต ชี้แจงเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า ปัญหาในโลกอินเตอร์เน็ตส่วนมากจะเป็นการลักข้อมูลในรูปอิเล็กทรอนิกส์ ไม่ว่าจะเป็นการทำซ้ำ การคัดลอก หรือทำสำเนา ฯลฯ  และไม่สามารถฟ้องร้องคดีเอาผิดผู้กระทำได้ในฐานลักทรัพย์ เพราะตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334 ระบุไว้ว่า “ผู้ใดเอาทรัพย์ของผู้อื่นหรือที่ผู้อื่นเป็นเจ้าของร่วมอยู่ด้วยไปโดยทุจริต ผู้นั้นกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ ...” ซึ่ง “ทรัพย์” ในที่นี้ หมายถึง วัตถุที่มีรูปร่าง  อาจมีราคาและถือเอาได้

             
“ตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5161/2547 วินิจฉัยว่า ‘ข้อมูล’ ไม่นับว่าเป็นวัตถุที่มีรูปร่าง ตัวอักษร ภาพ แผนผัง และตราสาร เป็นเพียงสัญลักษณ์ที่ถ่ายทอดความหมายของข้อมูลโดยอาศัยเครื่องคอมพิวเตอร์ จึงไม่สามารถเอาผิดฐานลักทรัพย์ได้ แต่สามารถเอาผิดทางแพ่งฐานละเมิด ฟ้องร้องเอาค่าเสียหายได้ หรือสามารถฟ้องเอาผิดทางอาญา หากเป็นการละเมิดความลับทางด้านการค้า ลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร หรือสิทธิใดที่กฎหมายรับรองไว้”

             
นอกจากนี้ อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ ออนไลน์ ม.รังสิตกล่าวให้ความรู้เพิ่มเติมว่า พฤติกรรมอันไม่ชอบธรรมในโลกอินเตอร์เน็ตหลายกรณี ที่สร้างความเสียหายให้กับบุคคลหรือองค์กร สามารถเอาผิดทางกฎหมายได้ เช่น การคัดลอก ดัดแปลง หรือใช้ข้อมูลจากอินเตอร์เน็ต  ที่เว็บไซต์ (Website) ส่วนมากมิได้ห้ามไม่ให้คัดลอก แต่การกระทำจำเป็นต้องมีจรรยาบรรณและจริยธรรม เมื่อนำข้อมูลมาใช้จำเป็นต้องอ้างอิง (Citation) ถึงที่มาด้วย  ไม่ว่าจะนำข้อมูลมาใช้เพียงบางส่วน หรือทั้งหมด  ไม่เช่นนั้นจะเป็นการเหมาว่างานนั้น  ๆ เขียนขึ้นเอง ซึ่งเป็นการเอาเปรียบเจ้าของงานที่แท้จริง ตามกฎหมายการคัดลอกหรือดัดแปลงงานของผู้อื่น โดยมิได้รับการอนุญาต ถือเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ มีความผิดทั้งทางแพ่งและอาญา  การกระทำเช่นนี้ในต่างประเทศถือว่าเป็นเรื่องร้ายแรงมาก นับเป็นการลักขโมย (Plagiarism) โดยถ้าเป็นนักศึกษามีโทษให้พ้นจากความเป็นนักศึกษาเลยทีเดียว

             
ส่วนการซื้อโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ถูกกฎหมาย แล้วทำสำเนาไว้ใช้เองหรือแจกเพื่อนสามารถทำได้ในระดับหนึ่ง โดยกฎหมายได้ยกเว้นสำหรับกรณี งานทั่ว ๆ ไป ที่กระทำแล้วไม่กระทบถึงสิทธิอันชอบด้วยกฎหมายของเจ้าของลิขสิทธิ์เกินสมควร (Fair Use) มิให้ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ รวมถึงการใช้เพื่อตนเอง และบุคคลอื่นในครอบครัวหรือญาติสนิท และต้องทำโดยในลักษณะที่เป็นการป้องกันโปรแกรมสูญหาย ไม่ใช้เป็นการแสวงหาผลกำไร แต่ถ้าเป็นการทำซ้ำ ดัดแปลง แล้วเผยแพร่ต่อสาธารณชน ให้เช่าต้นฉบับหรือสำเนางานโดยไม่ได้รับอนุญาต เช่นนี้ จะถูกดำเนินคดีฐานละเมิดลิขสิทธิ์ได้ เพราะโปรแกรมคอมพิวเตอร์เป็นทรัพย์สินทางปัญญาอย่างหนึ่ง เช่น การ copy ไฟล์เพลงเป็นแบบ MP3 แล้วแจกเพื่อนทั้งชั้นเรียน หรือนำมาวางขาย

             
การส่ง E-mail หรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส์  ที่เป็นไปในลักษณะใส่ความผู้อื่น โดยส่งผ่านไปยังบุคคลที่สามที่รับข้อมูลหรืออ่านอีเมล์ และข้อความนั้น ๆ ก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลอื่น เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง อาจารย์นิดาวรรณบอกว่า พฤติกรรมของผู้ส่งข้อมูลดังกล่าวมีความผิดฐานหมิ่นประมาท เป็นโทษทางอาญาได้ โดยต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เพราะการหมิ่นประมาทรวมถึงการเขียนที่เป็นการใส่ความผู้อื่น มิใช่การพูดอย่างเดียว เพราะ อย่างกรณี หนังสือพิมพ์มีการเขียนข่าวที่เป็นเรื่องราวกล่าวหากันไปมาอยู่ทุกวัน มีความจริงบ้างไม่จริงบ้าง ก่อนที่ผู้ถูกกล่าวหาจะได้ชี้แจงความจริง ก็เสียหายไปแล้ว ซึ่งบางครั้งความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่สามารถประเมินค่าได้

             
และพฤติกรรมที่ถือว่าร้ายแรงและสร้างปัญหาอย่างใหญ่หลวงในโลกอินเตอร์เน็ต คือการโจรกรรมข้อมูลจากกลุ่ม “แฮกเกอร์” ความเสียหายที่เกิดขึ้นจากแฮกเกอร์ อย่างน้อย ก็จะเป็นการก่อกวน สร้างความรำคาญ เช่น การกระจายข้อมูลส่วนตัวของคนในเว็บ การปล่อยภาพลามกอนาจาร สร้างความเสื่อมเสียให้แก่บุคคลอื่น ฉ้อโกง การปล่อยไวรัสคอมพิวเตอร์ทำให้คอมพิวเตอร์ลดประสิทธิภาพการทำงานลง แต่ที่ร้ายแรงก็จะการแอบลักลอบเข้าสู่ระบบเพื่อล้วงความลับ แอบดูข้อมูลข่าวสาร หรือทำลายข้อมูลข่าวสาร สร้างความเสียหายให้แก่องค์กร  การกระทำเหล่านี้ถ้าเข้าลักษณะตามความผิดทางกฎหมาย เจ้าของข้อมูลหรือเว็บไซต์ใดได้รับความเสียหายชัดเจน สามารถฟ้องเอาผิดทางแพ่งฐานละเมิดจากแฮกเกอร์ได้

ลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์

“สิทธิในการใช้งานซอฟต์แวร์อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ที่เจ้าของลิขสิทธิ์ยินยอมให้ผู้ใช้ปลายทางใช้ซอฟต์แวร์นั้นๆ ตามรายละเอียดและเงื่อนไขที่ระบุในใบอนุญาตใช้งานสำหรับผู้ใช้ปลายทาง (End User License Agreement: EULA)”

ประเภทของการละเมิดลิขสิทธิ์

การทำสำเนาโดยผู้ใช้งาน - การละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ที่เกิดขึ้นบ่อยที่สุดในกลุ่มผู้ใช้งาน ได้แก่การติดตั้งซอฟต์แวร์ลงในคอมพิวเตอร์โดยไม่มีลิขสิทธิ์ หรือติดตั้งเกินจำนวนลิขสิทธิ์ที่มีอยู่ซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย และอาจส่งผลให้เกิดการแพร่ระบาดของไวรัสอีกด้วย ท่านควรสร้างความเข้าใจด้านลิขสิทธิ์ให้กับพนักงานและตรวจสอบซอฟต์แวร์อย่างสม่ำเสมอ เช่นเดียวกับการตรวจสอบทรัพย์สินขององค์กร

การติดตั้งซอฟต์แวร์ลงในฮาร์ดดิสก์ - โดยปกติผู้ค้าคอมพิวเตอร์จะขายเครื่องที่มีการติดตั้งซอฟต์แวร์ไว้แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบปฏิบัติการ เช่น Windows 2000 Professional, Windows 98, Windows 95 แต่ผู้ค้าคอมพิวเตอร์บางรายกลับติดตั้งซอฟต์แวร์ที่ไม่มีลิขสิทธิ์ลงในเครื่องที่จำหน่ายให้กับลูกค้าเพื่อเป็นการลดต้นทุน ในกรณีนี้ผู้ซื้อมักไม่ได้รับ CD และคู่มือการใช้งาน รวมทั้งใบรับรองสินค้าของแท้ หรือ COA (Certificate of Authenticity)

การปลอมแปลงสินค้า - ผู้จำหน่ายซอฟต์แวร์บางรายถึงกับผลิต CD และคู่มือปลอมจำหน่าย โดยจัดทำบรรจุภัณฑ์เหมือนกับสินค้าจริงทุกประการ เพื่อเป็นการหลอกลวงให้ผู้ซื้อเข้าใจว่าได้สินค้าของแท้ หากท่านซื้อโปรแกรมคอมพิวเตอร์ได้ในราคาถูกจนไม่น่าเชื่อ กรุณาตรวจสอบให้แน่ใจว่าเป็นสินค้าของแท้ และเรียกหาใบรับรองสินค้าของแท้ หรือ COA (Certificate of Authenticity) พร้อมใบอนุญาตการใช้งาน หรือ EULA (End User License Agreement) ซื้อสินค้าจากตัวแทนจำหน่ายที่เชื่อถือได้เท่านั้น เพื่อป้องกันการถูกหลอกลวง เก็บเอกสารใบเสร็จรับเงินไว้เป็นหลักฐานการซื้อสินค้าเสมอ *การผลิต CD-Rom ที่รวบรวมโปรแกรมคอมพิวเตอร์หลายประเภทไว้ในแผ่นเดียว คือตัวอย่างหนึ่งของสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์เช่นเดียวกัน

การละเมิดลิขสิทธิ์ Online - ลักษณะที่เกิดขึ้นมากในปัจจุบันคือการ Download ซอฟต์แวร์ผ่าน Internet โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์ ซอฟต์แวร์เหล่านี้ไม่ใช่ Shareware ซึ่งเจ้าของลิขสิทธิ์มักเป็นผู้เสนอให้ใช้ฟรี หรือมีค่าใช้จ่ายเพียงเล็กน้อยและมักไม่มีข้อจำกัดในการใช้งาน ไมโครซอฟท์มีซอฟต์แวร์ให้ Download หลายประเภททั้งในส่วนส่งเสริมการขาย ทดลองใช้งาน หรือซอฟต์แวร์ที่ใช้สนับสนุนการทำงานของซอฟต์แวร์อื่น ท่านควรศึกษา EULA ที่มาพร้อมซอฟต์แวร์เหล่านี้ให้แน่ใจเรื่องสิทธิการใช้งานให้เข้าใจเพื่อผลประโยชน์ของท่านเอง

การขายลิขสิทธิ์ผิดประเภท - ในบางกรณีผู้ค้าซอฟต์แวร์จำหน่ายซอฟต์แวร์ผิดประเภทให้กับลูกค้า ทำให้ผู้ซื้อตกอยู่ในความเสี่ยงทางกฎหมายโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ดังตัวอย่างต่อไปนี้

สินค้า Academic Edition (AE) ซึ่งเป็นสินค้าที่ออกแบบมาเพื่อองค์กรการศึกษา และนักศึกษาด้วยราคาต่ำเป็นพิเศษ โดยจะมี ฉลาก “Academic Product” แสดงไว้ แต่มีการนำมาจำหน่ายให้กับองค์กรทั่วไป

สินค้า NFR (Not for Resale) ซึ่งเป็นสินค้าที่มักนำมาแจกจ่ายในกรณีที่เป็นการส่งเสริมการขาย หรือตัวอย่าง มิได้มีไว้เพื่อจำหน่าย และ EULA ของสินค้าเหล่านี้จะระบุคำว่า “Not for Resale” ไว้ด้วย

สินค้า OEM ซึ่งเป็นสินค้าที่ผู้ค้าคอมพิวเตอร์ควรมอบให้กับผู้ซื้อคอมพิวเตอร์ แต่กลับนำมาแยกจำหน่ายต่างหาก สังเกตได้ง่ายเนื่องจากบรรจุภัณฑ์จะระบุคำว่า “For Distribution Only With New PC Hardware”

สินค้า Fulfillment ซึ่งเป็นสินค้าที่จำหน่ายให้กับลูกค้าที่ซื้อลิขสิทธิ์จำนวนมาก เช่น Select, Open, Enterprise Agreement เพื่อเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายของผู้ซื้อลิขสิทธิ์ บรรจุภัณฑ์จะระบุคำว่า “Microsoft Easy Fulfillment” หรือ “Microsoft Worldwide Fulfillment” สินค้าเหล่านี้ไม่มีลิขสิทธิ์มาด้วยเนื่องจากมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ใช้ในการติดตั้งสำหรับผู้ที่มีลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ถูกต้องแล้ว

ลิขสิทธิ์ไมโครซอฟท์ประเภท OEM

OEM license - ลิขสิทธิ์ประเภท OEM (Original Equipment Manufactures) เป็นลิขสิทธิ์ผลิตภัณฑ์ไมโครซอฟท์ ซึ่งจำหน่ายให้กับผู้ผลิต และผู้ประกอบคอมพิวเตอร์ สำหรับการติดตั้งไปพร้อมกับการจำหน่ายเครื่องคอมพิวเตอร์ ซึ่งไมโครซอฟท์จะมีข้อกำหนดและเงื่อนไขสำหรับผู้ผลิตระบุอยู่ใน System Builder Agreement ในขณะที่ผู้ใช้ปลายทางจะได้รับสิทธิในการใช้งานซอฟต์แวร์ตามข้อกำหนดและเงื่อนไขที่ระบุในใบอนุญาตใช้งานสำหรับผู้ใช้ปลายทาง (End User License Agreement : EULA)
 ผลิตภัณฑ์ไมโครซอฟท์ที่มีลิขสิทธิ์ประเภท OEM สามารถแบ่งได้เป็น

ซอฟต์แวร์ระบบปฏิบัติการสำหรับคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล (Desktop Operating System )
เป็นซอฟต์แวร์พื้นฐานสำหรับคอมพิวเตอร์ ซึ่งถือว่าเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่จะขาดมิได้ ระบบปฏิบัติการของไมโครซอฟท์ในปัจจุบัน ประกอบด้วยรุ่น และเวอร์ชันต่าง ๆ ดังนี้
              1. 
Windows 98 SE
              2. Windows Me
              3. Windows 2000 Professional
              4. Windows XP Home Edition
              5. Windows XP Professional

ซอฟต์แวร์แอพพลิเคชัน และเซิฟร์เวอร์ เช่น Microsoft Office XP Small Businees Edition (Office SBE), Microsoft Office Professional, Microsoft Small Business Server (SBS)

สิทธิการใช้งานสำหรับลิขสิทธิ์ประเภท OEM

ใช้ได้เฉพาะรุ่นที่ซื้อเท่านั้น *

ใช้ได้เฉพาะภาษาที่ซื้อเท่านั้น

ไม่สามารถโอนย้ายข้ามเครื่องได้

สิทธิการใช้งาน 1 เครื่องต่อการติดตั้ง 1 ครั้ง

ยกเว้น Windows XP Professional สามารถใช้เวอร์ชันที่ต่ำกว่าได้ 3 รุ่น คือ Windows 2000 Pro, Windows NT Workstation และ Windows 98 SE

เอกสารแสดงลิขสิทธิ์:

คู่มือการใช้งาน

Certificate of Authenticity (COA) ซึ่งเป็นฉลากติดอยู่บนตัวเครื่อง

ใบอนุญาตงานสำหรับผู้ใช้ปลายทาง (End User License Agreement: EULA) (เป็นลักษณะของ electronic document อยู่ภายใต้ Start – Run – Type EULA.TXT)

แผ่นซีดีรอมสำหรับการติดตั้ง (หรือ Recovery disk สำหรับการซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์แบรนด์เนม และ Powell)