Makkasanphittaya  Bangkok

Text Box:

              โรงเรียนมักกะสันพิทยา กรุงเทพมหานคร

              เทคโนโลยีสารสนเทศเบ้องต้น สำหรับ ช่วงชั้นที่  3

          บทที่  7   อินเทอร์เน็ตและระบบเครือข่าย

      Information Technology 31101

              เป็นอุปกรณ์สำหรับคอมพิวเตอร์อย่างหนึ่งที่ช่วยให้คุณสัมผัสกับโลกภายนอก ได้อย่างง่ายดาย โมเด็มเป็นเสมือนโทรศัพท์สำหรับคอมพิวเตอร์ที่จะช่วยให้ระบบคอมพิวเตอร์ของคุณสามารถสื่อสารกับคอมพิวเตอร์อื่นๆ ได้ทั่วโลก โมเด็มจะสามารถทำงานของคุณให้สำเร็จได้ก็ด้วยการเชื่อมต่อระหว่างคอมพิวเตอร์ของคุณเข้าคู่สายของโทรศัพท์ธรรมดาคู่หนึ่งซึ่งโมเด็มจะทำการแปลงสัญญาณดิจิตอล (digital signals) จากเครื่องคอมพิวเตอร์ให้เป็นสัญญาณอนาล็อก (analog signals) เพื่อให้สามารถส่งไปบนคู่สายโทรศัพท์ คำว่า โมเด็ม(Modems) มาจากคำว่า (modulate/demodulate) ผสมกัน หมายถึง กระบวนการแปลงข้อมูลข่าวสารดิจิตอลให้อยู่ในรูปของอนาล็อกแล้วจึง แปลงสัญญาณกลับเป็นดิจิตอลอีกครั้งหนึ่งเมื่อโมเด็มของคุณต่อเข้ากับโมเด็มตัวอื่นความแตกต่างของโมเด็มแต่ละประเภท
             
Internet คือ เครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อกันเป็นจำนวนมาก ครอบคลุมไปทั่วโลก โดยอาศัยโครงสร้างระบบสื่อสารโทรคมนาคมเป็นตัวกลางในการแลกเปลี่ยนข้อมูล มีการประยุกต์ใช้งานหลากหลายรูปแบบ Internetเป็นทั้งเครือข่ายของคอมพิวเตอร์ และเครือข่ายของเครือข่าย เพราะ Internet ประกอบด้วยเครือข่ายย่อยเป็นจำนวนมากต่อเขื่อมเข้าด้วยกัน ภายใต้มาตรฐานเดียวกันจนเป็นสังคมเครือข่ายขนาดใหญ่ เครือข่าย Internet เป็นเครือข่ายสาธารณะที่ไม่มีผู้ใดเป็นเจ้าของ ทำให้การเข้าสู่เครือข่ายเป็นไปได้อย่างเสรีภายใต้กฎเกณฑ์บางประการที่กำหนดขึ้น เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนและวุ่นวายจากการเชื่อมต่อจากเครือข่ายทั่วโลก
              เมื่อเราใช้โมเด็ม เชื่อมต่อหมายเลขไปยัง
Internet Service Provider (ISP) แล้ว เราจะสามารถใช้งาน Internet จาก ISP ที่เราใช้บริการได้ ซึ่งในกลุ่มผู้ให้บริการ Internet (ISP) จะมี Point Of Presence (POP) ซึ่งเป็นจุดให้บริการในพื้นที่ต่างๆ ต่อมา POP ในแต่ละพื้นที่ จะเชื่อมต่อกัน ผ่าน Network Access Points (NAPs) ซึ่งจะถูกควบคุมโดยผู้ให้บริการอีกที
              รูปแบบการเชื่อมต่อ
Internet เริ่มจาก ผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ท 1 ซึ่งตั้งอยู่ในใจกลางเมืองที่ 1 และมี POP ในเมืองนั้น โดย POP นี้จะถูกเชื่อมต่อโดยโมเด็ม ของผู้ใช้บริการอินเตอร์เน็ท 1 มากมายในเมืองนั้น และผู้ให้บริการจะโยงสาย fiber optic จากผู้ให้บริการ ไปยัง POP ของเมืองนั้นอีกที
              ในขณะที่อีกเมืองหนึ่ง ให้เป็น เมืองที่ 2 กลับมีผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต  2 ในเมืองนี้เท่านั้น และมีการเชื่อมต่อ
Internet จากผู้ให้บริการไปยังผู้ใช้บริการเช่นเดียวกับเมืองที่ 1 แต่จะพบว่าผู้ใช้บริการ Internet สามารถติดต่อกันได้ ภายในเมืองของตนเท่านั้น ไม่สามารถติดต่อต่างเมืองกันได้
              โดยทั้ง 2 เมืองจะสามารถติดต่อกันได้นั้น ผู้ให้บริการทั้ง 2 จะต้องทำการเชื่อมต่อกัน ที่
NAPs ซึ่งจะทำให้มีการติดต่อถ่ายโอนข้อมูลกัน ในระบบ Network ผ่านทาง NAPs
             
ในการรับส่งข้อมูลหรือทำการติดต่อจากเครื่องหนึ่งไปยังเครื่องหนึ่ง เราจำเป็นต้องรู้ IP Address ของแต่ละเครื่องรวมทั้งเครื่องของเราด้วย เพื่อระบุจุดหมายปลายทางในการส่งข้อมูลไปยังผู้รับ และฝ่ายผู้รับก็ต้องรู้ IP Address ของเครื่องเราด้วยเช่นกัน ในกรณีที่ ผู้รับต้องการส่งข้อมูลกลับมาให้เรา เพราะฉะนั้น IP Address จึงเปรียบเสมือนชื่อของเครื่องคอมพิวเตอร์และในการรับส่งข้อมูลผ่านทาง Internet นั้น จะมี routers ควบคุมการส่งข้อมูลอีกที หน้าที่ของ routers มี 2 อย่างคือ
              - ควบคุมไม่ให้ข้อมูลเดินทางไปยังที่ที่ไม่จำเป็น
              - ควบคุมข้อมูลให้เดินทางไปยังจุดหมายปลายทาง
              หน้าที่ ทั้ง 2 นี้ จะส่งผลให้การส่งข้อมูลจากที่หนึ่งไปยังที่ต่างๆระหว่าง
Network 2 Network ได้ และยังป้องกันระบบ Network ของแต่ละเครือข่ายด้วย ทำให้การส่งถ่ายข้อมูลทาง Internet เป็นระเบียบ
              การเชื่อมต่อระหว่างเครื่องข่าย
Internet ย่อยอาศัยเทคโนโลยีการสื่อสารข้อมูลและกฎเกณฑ์ ซึ่งเป็นตัวกำหนดวิธีการรับส่งข้อมูลจากต้นทางไปยังปลายทาง รูปแบบสื่อสารในเครือข่ายจำแนกได้ 2 ประเภท คือ
              1.เครือข่ายแบบสลับวงจร (
Circuit - switched network) เป็นเครือข่ายที่อาศัยอุปกรณ์สลับสายทำหน้าที่เชื่อมการสื่อสารระหว่างจุด จุดเข้าด้วยกัน ก่อนการสื่อสารจะเริ่มต้นขึ้นได้จะต้องเชื่อมเส้นทางให้เสร็จสิ้นก่อน เมื่อเชื่อมต่อได้สำเร็จแล้วการสื่อสารจึงเริ่มดำเนินไปอย่างต่อเนื่องและ เส้นทางหรือคู่สายนั้นจะถูกยึดใช้ได้โดยคู่สนทนาตลอดเวลา โดยบุคคลอื่นไม่สามารถก้าวก่ายในการใช้สายได้ จนกว่าจะจบสิ้นการใช้งาน
              2. เครือข่ายแบบสลับกลุ่มข้อมูล (
Packet switched network) เครือข่างแบบสลับกลุ่มข้อมูลใช้เชื่อมต่อระหว่างคอมพิวเตอร์ โดยไม่มีการเชื่อมต่อที่ถาวรใดๆ ระหว่างผู้รับและผู้ส่ง เส้นทางการเชื่อมต่อมีหลายเส้นทางและจะไม่มีใครเป็นเจ้าของเส้นทางใดอย่างเป็นเอกเทศ ข้อมูลที่วิ่งไปตามสายในเครือข่ายแบบสลับกลุ่ม ข้อมูลย่อยหรือเรียกว่า แพ็กเกจ ก่อนที่จะส่งออกไป แพ๊กเกจแต่ละแพ็กเกจ อาจถูกจัดสรรให้ประกอบด้วยข้อมูลขนาดตั้งแต่ 1 ไบต์ ไปถึงประจำตัวของ แพ็กเกจ สำหรับบอกลำดับของข้อมูล

      แลน คืออะไร

    รูปแบบของแลน

     การเชื่อมต่อระบบแลน

              ลักษณะการเชื่อมต่อเครือข่ายคอมพิวเตอร์ถึงกันทั้งหมด จึงมีการแบ่งแยกเครือข่ายเป็นการเชื่อมโยงเครือข่ายภายในพื้นที่ใกล้ ๆ กัน เรียกว่า LAN (Local Area Network) และการเชื่อมโยงระยะไกล ที่เรียกว่า WAN (Wide Area Network)
             
เครือข่าย LAN เป็นเครือข่ายที่เชื่อมโยงกันในพื้นที่ใกล้เคียงกัน เช่นอยู่ในอาคารเดียวกัน สามารถดูแลได้เอง การเชื่อมโยงเครือข่าย LAN ที่นิยมใช้กันมี 2 รูปแบบดังนี้
              เครือข่าย
LAN แบบอีเทอร์เน็ต มีการรับส่งข้อมูลด้วยความเร็ว 10-100 Mbps. มีพื้นฐานรูปแบบการเชื่อมโยงร่วมกันแบบบัส คือ ทุกอุปกรณ์จะเชื่อมต่อกันบนสายสัญญาณเส้นเดียว ดังนั้นการรับส่งต้องมีการจัดการไม่ให้รับส่งพร้อมกันเกินกว่าหนึ่งคู่ ขบวนการรับส่งข้อมูลจึงถูกกำหนดขึ้น โดยให้อุปกรณ์ที่จะส่งข้อมูลตรวจสอบว่ามีข้อมูลใดวิ่งอยู่บนสายหรือไม่ หากไม่มีจึงส่งได้ และถ้ามีการชนกันของข้อมูลบนสายก็จะส่งใหม่ การหลีกเลี่ยงการชนกันจึงกระทำได้ในเครือข่ายระยะใกล้
              เครือข่าย
LAN แบบโทเก็นริง มีความเร็ว 16 Mbps. เชื่อมต่อกันเป็นวงแหวนโดยแพ็กเก็ตข้อมูลจะวิ่งวนในทิศทางใดทางหนึ่ง ถ้ามีแอดเดรสปลายทางเป็นของใคร อุปกรณ์นั้นจะรับข้อมูลไป การจัดการรับส่งข้อมูลในวงแหวนจึงเป็นไปอย่างมีระเบียบ
              เครือข่าย
LAN ที่อยู่ในมาตรฐานเดียวกันสามารถเชื่อมโยงเข้าหากัน แต่ทุกตัวจะมีแอดเดรสประจำ และแอดเดรสเหล่านี้จะซ้ำกันไม่ได้ โดยปกติผู้ผลิตอุปกรณ์เชื่อมโยงเครือข่ายได้กำหนดแอดเดรสเหล่านี้มาให้ แล้ว
              เพื่อจะให้เชื่อมโยงเครือข่ายต่างมาตรฐานกันได้นั้น มีวิธีการพัฒนาให้ระบบสามารถนำแพ็กเก็ต เฉพาะของเครือข่ายมาใส่ในแพ็กเก็ตกลางที่เชื่อมโยงระหว่างกันได้ เช่น
TCP/IP ตัวอย่าง เช่น ถ้าต้องการเชื่อมเครือข่าย LAN หลาย ๆ เครือข่ายเข้าด้วยกันให้เป็นเครือข่ายเดียวกัน
              เครือข่ายอีเทอร์เน็ตมี แพ็กเก็ตเฉพาะเมื่อจะส่งออก ก็นำแพ็กเก็ตเฉพาะมาเปลี่ยนถ่ายลงในแพ็กเก็ต
TCP/IP แล้วส่งต่อ.. แพ็กเก็ต TCP/IP จึงเป็นแพ็กเก็ตกลางที่พร้อมรับแพ็กเก็ตย่อยอื่นได้ ดังนั้นการเชื่อมต่อระหว่างเครือข่าย เช่น อีเทอร์เน็ตในปัจจุบันจึงเกิดขึ้นได้

ระบบเครือข่ายท้องถิ่น
              ระบบเครือข่ายท้องถิ่นหรือระบบเครือข่ายแลน (
LAN : Local Area Network) เป็นเครือข่ายพื้นฐานที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เครือข่ายแลนแบ่งตามลักษณะทางกายภาพได้ 2 แบบคือ เครือข่ายแลนแบบอีเทอร์เน็ต และเครือข่ายแลนแบบโท้กเก้นริง
              1. เครือข่ายแลนแบบอีเทอร์เน็ต (
Ethernet)
             
เครือข่ายอีเทอร์เน็ตไดรับการพัฒนาเมื่อปี พ.ศ.2518 โดยบริษัท XEROX และบริษัท Digital Equipment Corporation เครือข่ายแบบอีเทอร์เน็ตนี้ ได้รับการยอมรับให้เป็นเครือข่ายแบบมาตราฐานก่อนเครือข่ายแบบอื่น ๆ การเชื่อมโยงคอมพิวเตอร์ของเครือข่ายแบบอีเทอร์เน็ตเป็นแบบลักษณะเส้นตรง ดังแสดงในรูป
              2. เครือข่ายแบบโท้กเก้นริง (
Token Ring)
             
เครือข่ายแลนแบบโท้กเก้นริงได้รับการพัฒนาเมื่อปี พ.ศ.2528 โดยบริษัท IBM และบริษัท Texas Instruments เครือข่ายแบบนี้ถ่ายทอดสัญญาณได้แน่นอน และแม่นยำกว่าเครือข่ายแบบอีเทอร์เน็ต ดังนั้นระบบสายเคเบิลที่ใช้จึงมีความซับซ้อนมาก ลักษณะการเชื่อมโยงเครือข่ายคอมพิวเตอร์ของเครือข่ายแบบโท้กเก้นริงจะเป็นแบบวงแหวน

        เรียนร่วมมหาวิทยาลัยล้านนา

  เรียนร่วมมหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าธนบุรี

เว็บไซต์สนับสนุนข้อมูล

http://www.benjama.ac.th/EBooks/internet-2/internet2.htm